คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ

ในปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมลดลง 211.58 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.9 เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการงานเช่า ซึ่งลดลง 178.52 ล้านบาทคิดเป็น ร้อยละ 32.4 เนื่องจากในปี 2560 มีงานโครงการติดตั้งกังหันลม มูลค่ากว่า 180.0 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2561 ไม่มีงานโครงการที่มีมูลค่าสูง ประกอบกับงานที่รับไว้ในปี 2561 ต้องถูกเลื่อนออกไปทำในปี 2562 อีกกว่า 100.0 ล้านบาท และการลดลงของรายได้จากการรับเหมางานฐานราก (เข็มเจาะ) อีก 65.16 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 19.3 อันเป็นผลมาจากความล่าช้าของงานรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสายสีชมพู  รวมถึงการที่บริษัทไม่มี Backlog ในปี 2560 เนื่องจากเพิ่งเริ่มธุรกิจ

ในปี 2561 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 2.64 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.65 เมื่อเทียบกับปีก่อน ในปี 2561 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายทางการเงิน ใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ ยังไม่สามารถลดภาระหนี้ได้มากนัก อันเป็นผลมาจากการที่รายได้ลดน้อยลง

งบแสดงฐานะการเงิน

สินทรัพย์

สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ ในปี  2561  จำนวน  2,808.16 ล้านบาท  เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีจำนวน 2,935.74 ล้านบาท  ลดลงจำนวน 127.59 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4.35 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 65.30 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13.97 ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นในหมวดลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น  หมวดสินค้าคงเหลือ ในขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 192.89 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.81 โดยเป็นการลดลงในหมวดที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 230.33 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.92

หนี้สิน

หนี้สินรวมของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 มีจำนวนทั้งสิ้นเท่ากับ 1,736.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 35.72 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับปี 2560 ซึ่งมีจำนวนเท่ากับ 1,701.27 ล้านบาท โดยหนี้ธนาคารและสถาบันการเงินลดลง  102.86 ล้านบาท จากภาระหนี้รวม 936.75 ล้านบาทในปี 2560 คงเหลือ 833.89 ล้านบาทในปี 2561 ในขณะที่บริษัทฯใช้เครดิตเทอมที่ได้จาก XCMG ระยะเวลา 12 เดือนมากขึ้น ทำให้เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 96.46 ล้านบาท จาก 345.27 ล้านบาทในปี 2560 เป็น 441.73 ล้านบาทในปี 2561 อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 บริษัทฯ เริ่มมีปัญหาสภาพคล่อง จนผิดนัดชำระหนี้ธนาคารและสถาบันการเงิน ซึ่งได้มีการเจรจาหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายแล้ว ส่วนใหญ่ได้รับการผ่อนปรนหนี้ และอยู่ระหว่างการเจรจากับบางแห่งอยู่

งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ

ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 มีมูลค่าเท่ากับ 1,071.17 ล้านบาท ลดลงจากปี 2560 ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 1,234.47 ล้านบาท จำนวน 163.31 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13.23 อันเป็นผลมาจากการที่บริษัทขาดทุนในบริษัทย่อย

สภาพคล่อง

ผลจากการที่รายรับบริษัท ลดลงและขาดทุนสุทธิ  ทำให้สภาพคล่องของบริษัทฯ เริ่มประสบปัญหา มีการเจรจากับเจ้าหนี้ขอชะลอการผ่อนชำระหนี้บ้าง โดยกระแสเงินสดรับจากการดำเนินงานเหลือเพียง 96.46 ล้านบาท ในขณะที่มีกระแสเงินสดใช้ไปจากการลงทุน 15.25 ล้านบาท และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 100.47 ล้านบาท ส่งผลให้เมื่อสิ้นงวดบัญชี บริษัทฯ คงเหลือเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดหมุนเวียนในกิจการเท่ากับ 2.14 ล้านบาท และมีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.38 เท่า ในปี 2560 เป็น 1.62 เท่าในปี 2561

สำหรับในปี 2562 ธุรกิจของบริษัทฯ น่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น รายรับที่เลื่อนมาจากปี 2561 คาดว่าน่าจะรับรู้ได้หมดในปี 2562 บริษัทฯ ยังคงชะลอการลงทุนในส่วนธุรกิจให้บริการเช่าเครื่องจักรและระบายเครื่องจักรที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ออกไป ส่วนธุรกิจรับเหมาฐานราก ก็จะต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและควบคุมต้นทุนให้อยู่กรอบที่ยอมรับได้ รวมถึงการเร่งติดตามหนี้ค้างชำระจากลูกหนี้การค้าให้เข้มข้นขึ้น เพื่อเสริมสภาพคล่องของบริษัทฯ

X