งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ

ปี 2558 บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานขาดทุน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงซบเซา การลงทุนในโครงการ ต่างๆ ของทั้งภาครัฐ และเอกชน ไม่ไปตามเป้าหมาย จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มได้อย่างช้ากลางปี 2558 ถูกเลื่อนออกไป ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ โดยเฉพาะทางด้านการขายเครื่องจักร ประกอบกับการลดราคาลงของน้ำมันที่ค่อนข้างมาก ส่งผลกระทบ กับธุรกิจน้ำมัน และปิโตรเคมี ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่บริษัทให้บริการด้านงานเช่าเครื่องจักรแม้ธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้าจะมีความต้องการเช่าเครื่องจักรมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ทำให้ยอดรายรับรวมของบริษัทต่ำกว่าปี 2557 ร้อยละ 19 เป็นการลดลง ทั้งรายได้จากการขายและการให้บริการเครื่องจักร มีสัดส่วนรายรับจากการขายและรายรับจากการให้บริการในปี 2558 อยู่ที่ 40 : 60 ในปี 2559 บริษัทมีความมั่นใจว่า จะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาเป็นบวกได้ ด้วยความพร้อมใน ด้านเครื่องจักรที่ได้มีการลงทุนมาก่อนหน้าแล้ว ประกอบกับโครงการลงทุนของภาครัฐน่าจะเริ่มทะยอยออกมาเป็นระยะ ซึ่งจะส่งผลให้มีความต้องการเครื่องจักรมากขึ้น การที่บริษัทได้เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวให้กับรถเครนยี่ห้อ XCMG ซึ่ง เป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักร ที่ใช้ในการก่อสร้างที่ใหญ่ เป็นอันดับ 1ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นอันดับ 5 ของโลก (บริษัทได้ยกเลิกการป็นตัวแทนจำหน่ายรถเครนยี่ห้อ ZOOMLION ตั้งแต่ปี 2558) และมีความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและเดินเคียงคู่ไปกับบริษัทจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการแข่งขันทั้งตัวสินค้าและบริการหลังการขาย นอกจากนี้ ในปี 2559 บริษัทจะเพิ่มฐานรายได้จากธุรกิจงานฐานรากทั้งการขายและให้บริการเช่าเครื่องจักรก่อสร้างที่ใช้ในงานฐานราก มากขึ้น เช่น Drilling Rig , Wall grab เป็นต้น

งบแสดงฐานะการเงิน

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีมูลค่าเท่ากับ 1,358.62 ล้านบาท ลดลงจากปี 2557 ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 1,413.02 ล้านบาท จำนวน 54.40 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.85 อันเป็นผลมาจากการลดลงของกำไรสะสมที่ลดลงตามขาดทุนสุทธิของผลประกอบการในปี 2558


สภาพคล่อง

บริษัทฯ มีอัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 1.06 ในปี 2557 เป็น 0.75 เท่าในปี 2558 สำหรับกระแสเงินสดในปี 2558 เนื่องจากรายรับทั้งจากการขายและการให้บริการงานเช่าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ในขณะที่บริษัทได้มีการลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่มเข้ามา บริษัทจึงจำเป็นต้องใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม โดยบริษัทฯมีกระแสเงินสดรับจากกิจกรรม ดำเนินงานเท่ากับ 72.3 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทมีกระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมลงทุนจำนวน 75.8 ล้านบาท และกระแส เงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 3.2 ล้านบาท ส่งผลให้เมื่อสิ้นงวดบัญชี บริษัทฯ ยังคงเหลือเงินสดและรายการ เทียบเท่าเงินสดหมุนเวียนในกิจการเท่ากับ 10.5 ล้านบาท และมีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.93 เท่า ในปี 2557 เป็น 1.05 เท่าในปี 2558 สำหรับในปี 2559 ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่น่าจะกระเตื้องขึ้น โครงการภาครัฐที่เลื่อนมาจากปี 2558 จะสามารถผลักดันออกมาได้ อย่างช้ากลางปี 2559 รวมถึงโครงการติดตั้งกังหันลม ที่ได้เริ่มทะยอยติดตั้งมาตั้งแต่ปลายปี 2558 และจะมีต่อเนื่องตลอดปี 2559 ประกอบกับการรุกงานฐานรากมากขึ้น จะทำให้รายรับทั้งการขายและการเช่า รวมถึงผลประกอบการของบริษัทดีขึ้น นอกจากนี้บริษัทคงต้องเร่งระบายสต๊อคที่มีอยูให้เร็วขึ้นเพื่อเสริมสภาพคล่องของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น